top of page

กราฟีน
การเคลือบคอยล์เพื่อยกระดับ

 “ความทนการกัดกร่อน”

 โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการระบายความร้อน

ระบายความร้อนดีเยี่ยม : แอร์เย็นไว ไม่สะสมความร้อน คอมเพรสเซอร์ทำงานเบาลง

ทนทานนาน 5 ปี : ผ่านการทดสอบไอเกลือ 20,000 ชั่วโมง มั่นใจแม้ใกล้ทะเลหรือโรงงาน 

ลดต้นทุนธุรกิจ : ประหยัดค่าไฟ ลดค่าซ่อมบำรุง และป้องกันเครื่องหยุดทำงานกะทันหัน

ต้นทุนแฝงจาก
“การกัดกร่อนของคอยล์”
มักสูงกว่าที่ปรากฏ
ในงบซ่อมบำรุง

      การกัดกร่อนของคอยล์เป็นปัญหาเรื้อรังในระบบ HVACR

โดยเฉพาะในสภาพแวดล้อมที่มีเกลือและความชื้นสูง

หรือมีสารกัดกร่อนในอากาศ ผลกระทบที่องค์กรพบได้บ่อย ได้แก่
      คอยล์เสื่อมสภาพเร็วกว่ารอบอายุที่คาดหวัง ทำให้ต้อง

ซ่อมหรือเปลี่ยนก่อนกำหนด

      เพิ่มความเสี่ยงการหยุดทำงานของระบบ (Unplanned downtime) และกระทบการดำเนินงาน
      เพิ่มภาระการบำรุงรักษาและงบประมาณที่ไม่สามารถควบคุมได้

ในระยะยาว

​      สัญญาณเริ่มต้นที่พบได้ทั่วไป เช่น ฟินเริ่มมีคราบกัดกร่อน

และความเสื่อมสภาพสะสม

ผลการทดสอบคอยล์แอร์ แช่น้ำเกลือ 2 ปี ไม่เคลือบกราฟีนและเคลือบกราฟีน

“ป้องกันการกัดกร่อน” และ “ต้องไม่ทำให้คอยล์เสียเปรียบด้านการระบายความร้อน”

      มาตรการป้องกันการกัดกร่อนจำนวนมากในตลาดอาจมุ่งเน้นการเคลือบป้องกันเป็นหลัก แต่บางแนวทางมีความเสี่ยงเชิงผลกระทบด้านสมรรถนะการระบายความร้อน หากชั้นเคลือบมีลักษณะเป็นฉนวนหรือเพิ่มความต้านทานความร้อนของคอยล์

THERMAL-XR ผลิตภัณฑ์ที่ให้ความแตกต่าง:
      • เน้นการปกป้องการกัดกร่อน พร้อมคงศักยภาพการถ่ายเท/ระบายควาร้อน ตามแนวคิดการใช้งานในระบบแลกเปลี่ยนความร้อน
      • มีข้อมูลความหนาชั้นเคลือบเชิงใช้งาน (DFT) ระดับประมาณ 15 ไมครอน ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงการ “เคลือบหนาเกินจำเป็น”
      • มีหลักฐานการทดสอบ ASTM B117 ถึง 20,000 ชั่วโมง (3rd party) เป็นตัวชี้วัดความทนการกัดกร่อนในระดับสูง

เทคโนโลยี รางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ ค.ศ. 2010

“กราฟีน” (Graphene) วัสดุแห่งอนาคตที่คันพบ โดยสองนักฟิสิกส์ชาวรัสเซีย“ศาสตราจารย์ ดร.อังเดร ไกม์” และ “ศาสตราจารย์ ดร.คอนสแตนติน โนโวเซลอฟ” จากมหาวิทยาลัยแมนเชสเตอร์ สหราชอาณาจักร ผลงานชิ้นนี้ทำให้ผู้ค้นพบทั้งสองได้รับรางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ ในปี ค.ศ. 2010

ผลลัพธ์เชิงธุรกิจที่องค์กรคาดหวังได้

รักษาสมรรถนะ

รักษาสมรรถนะการระบายความร้อน ด้วยการเคลือบที่ไม่ทำให้เป็นฉนวน และมีความหนาชั้นเคลือบระดับใช้งานที่เหมาะสม

ยืดอายุแอร์

ยืดอายุการใช้งานของคอยล์ ในสภาพแวดล้อมที่มีความเสี่ยงสูง

ลดความเสี่ยง

ลดความเสี่ยงค่าใช้จ่ายบำรุงรักษาแบบฉุกเฉิน จากคอยล์ที่ผุกร่อนก่อนเวลา

เพิ่มการทำงาน

ลดโอกาสเกิด Downtime และเพิ่มความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

ขั้นตอนดำเนินการแบบมาตรฐาน
(เน้นควบคุมคุณภาพและความเสี่ยง)

ประเมินความ
เสี่ยงหน้างาน

สภาพแวดล้อม ระดับความกัดกร่อน

รูปแบบคอยล์ และ

ข้อจำกัดการปฏิบัติงาน

STEP 1

เตรียมผิวและเคลือบ THERMAL-XR

 พ่นเคลือบThermal XR ลงบนคอยล์ร้อนของแอร์ ตามขั้นตอนมาตรฐาน

STEP 2

ข้อแนะนำการดูแลรักษาเพื่อให้ประสิทธิภาพและเงื่อนไขรับประกันเป็นไปตามข้อกำหนด

ส่งมอบเอกสารประกอบ 
ภาพก่อน-หลัง

STEP 3

หมายเหตุ: มีการระบุแนวทางการทำความสะอาดและรอบการบำรุงรักษาในเอกสารรับประกัน โดยทั่วไปแนะนำอย่างน้อยทุก 6 เดือน (และถี่ขึ้นตามสภาพแวดล้อม)

จุดเด่นที่ตรวจสอบได้ (Executive Proof Points)

ASTM B117 (Salt Spray)

20,000 ชั่วโมง

ทดสอบโดยหน่วยงานภายนอก

(3rd Party)

 ความหนาชั้นเคลือบระดับใช้งาน

~15 ไมครอน (DFT)

แนวคิดการใช้งานสำหรับระบบ

แลกเปลี่ยนความร้อน (มุ่งให้คอยล์ทำงานได้เต็มสมรรถนะ

ไม่เน้นการทำให้เป็นฉนวน)

ในตลาดการป้องกันคอยล์ มักมีการอ้างอิงผลทดสอบที่หลากหลาย แต่สำหรับการตัดสินใจเชิงผู้บริหาร สิ่งสำคัญคือ “หลักฐานที่เทียบเคียงได้” และ “มีความน่าเชื่อถือ”
ASTM B117 เป็นมาตรฐานอุตสาหกรรมที่ใช้จำลองสภาพกัดกร่อนด้วยหมอกเกลือ และการทดสอบระดับ 20,000 ชั่วโมง เป็นตัวชี้วัดความทนทานในระดับสูง

มาตรฐานที่สูงกว่า 
คือเครื่องมือบริหารความเสี่ยง

ประเมินความเสี่ยง
ให้ทีมประเมินความเสี่ยงและเสนอแนวทาง
ป้องกันคอยล์สำหรับหน่วยงานของท่าน

(ส่งรูปคอยล์ + โลเคชัน + อายุการใช้งาน)

bottom of page